โอกาสการเติบโตของอาคารอัจฉริยะ

อาคารอัจฉริยะ

—————————————
Reed เดินหน้าจัด Japan Build Tokyo 2020 วันที่ 2-4 ธันวาคม 2563 และ Japan Build Osaka 2020 วันที่ 9-11 กันยายน 2563
—————————————

แนวคิดด้านอาคารอัตโนมัติมีวิวัฒนาการมายาวนานกว่าสี่ทศวรรษ ด้วยระบบที่สามารถตรวจสอบและจัดการทรัพยากรของอาคาร เข่น การใข้นำและพลังงานของอาคาร แต่ทุกวันนี้ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปเมื่ออาคารเริ่มฉลาดมากขึ้น โดยเป็นผลจากความก้าวกน้าของระบบบริหารจัดการอาคาร และความแพร่หลายของเทคโนโลยี IoT

ภาคอุตสาหกรรมยอมรับว่าพลังงานของอาคารประมาณ 30%-50% สูญเปล่า เนื่องจากการใช้พลังงานในการทำความร้อนหรือความเย็นให้กับห้องที่ไม่มีใครใช้ หรือให้แสงสว่างกับพื้นที่ส่วนกลางหรือห้องต่างๆ แทนที่จะใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ในเบื้องต้นแนวคิดเรื่องอาคารอัจฉริยะส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การประหยัดพลังงาน โดยระบบส่วนใหญ่มักแสดงถึงผลตอบแทนจากการลงทุนทีชัดเจน รวมไปถึงการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

แต่ทุกวันนี้ความสนใจด้านอาคารอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ใช้เวลามากกว่า 80% ภายในอาคาร จึงเริ่มมีแนวคิดเรื่องการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งหากสามารถทำได้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานขององค์กร และทุกวันนี้มุมมองของอาคารเปลี่ยนไปจาก Passive เป็น Active ไม่ใช่แค่สินทรัพย์ที่มีแต่ค่าใช้จ่ายแต่เพียงอย่างเดียว อาคารรุ่นใหม่ที่มีการใช้ระบบ Building IoT (BIoT) เริ่มมีบทบาทด้านอื่นๆ มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาความปลอดภัย แต่ยังรวมไปถึงเรื่องการใช้พื้นที่อย่างเต็มประสิทธิภาพและการปรับปรุงความเป็นอยู่ของผู้ใช้ให้ดีขึ้น

อุตสาหกรรมอาคารอัจฉริยะมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น ในปี 2563 มีอาคารเพียง 17% ที่มีนโยบายด้านอาคารอัจฉริยะ และในจำนวนนี้ 22% มีแผนที่จะเพิ่มงบประมาณการลงทุนในเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้โดยส่วนใหญ่ทั้งอาคารขนาดเล็กและขนาดใหญ่จะเป็นการลงทุนด้านระบบรักษาความปลอดภัยและการเข้า-ออกอาคาร ขณะที่อาคารขนาดกลางจะมุ่งเน้นเรื่องการควบคุมสภาพแวดล้อมของอาคาร โดยเฉพาะการควบคุมอุณหภูมิและไฟฟ้าแสงสว่าง การบริหารจัดการอาคารจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญของอาคารอัจฉริยะ เนื่องจาก 53% เป็นการลงทุนในระบบ HVAC และ 43% เป็นระบบไฟฟ้าแสงสว่างอัตโนมัติ

ประเด็นที่สำคัญคือ สภาพแวดล้อมของที่ทำงานกำลังเปลี่ยนไป ความแพร่หลายของเทคโนโลยีสื่อสารทันสมัยยิ่งขึ้น อาทิ Wi-Fi Broadband และ 5G ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานจากกระยะไกลได้มากขึ้น ส่งผลให้บริษัทหลายแห่งมองหาแนวทางใหม่ๆ ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน หรือห้องประชุม ดังจะเห็นได้จากระบบการจองห้องประชุมอัตโนมัติ ที่จะช่วยเสริมศักยภาพของอาคารอัตโนมัติเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกวันนี้เทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะมีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระบบขนาดใหญ่ที่สามารถติดตั้งและดำเนินการโดยอัตโนมัติได้นานหลายปีด้วยการบำรุงรักษาที่จำกัด ที่ผ่านมาถึงแม้ว่าระบบอาคารอัตโนมัติส่วนใหญ่จะใช้การเชื่อมต่อด้วยสาย แต่ขณะนี้ระบบไร้สายเริ่มแพร่หลายและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะกับอาคารเก่าที่การซ่อมแซมหรือติดตั้งใหม่มีความยุ่งยาก ระบบไร้สายจึงกลายมาเป็นทางเลือกที่ดี

อย่างไรดี ปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือ ทำอย่างไรที่จะให้อาคารมีความอัจฉริยะ การออกแบบอาคารใหม่ให้เป็นอาคารอัจฉริยะเป็นเรื่องง่าย ขณะที่การซ่อมแซมหรือปรับปรุงอาคารเก่าเป็นสิ่งที่ท้าทาย Futuresource คาดว่ารัฐบาลต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการปรับปรุงอาคารเก่าให้เป็นอาคารอัจฉริยะ เพราะอาคารอัจฉริยะจะเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีของเมือง

ที่มา: eeNews EUROPE | Futuresource Consulting

ภาพ Pixabay